Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

จุดเด่นของพอร์ต A.Stotz All-Weather Strategy
มุ่งทำผลตอบแทนระยะยาวจากหุ้นให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็จำกัดความเสี่ยงบางส่วนด้วย
โดยเฉลี่ยแล้วพอร์ตนี้จะลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วน 70% ของพอร์ต ทั้งนี้ สัดส่วนที่เราลงทุนจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 25%-85% ของพอร์ต
พอร์ตนี้ลดความเสี่ยงจากหุ้นผ่านการลงทุนบางส่วนในตราสารหนี้ สินทรัพย์โภคภัณฑ์ และทองคำ
วัตถุประสงค์และไอเดียเบื้องหลัง A.Stotz All-Weather Strategy

jumbo jili

พอร์ตนี้มุ่งหวังที่จะเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการสร้างสมดุลด้านความเสี่ยง ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละชนิดที่สามารถทนทานต่อสภาวะตลาดหลากหลายรูปแบบได้ สินทรัพย์ที่เป็นหัวใจหลักของพอร์ตนี้คือหุ้น ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วในอดีตว่าเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวสูงสุด อย่างไรก็ดี หุ้นก็เป็นสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่อการขาดทุนที่สุดเช่นกัน ดังนั้น A.Stotz All-Weather Strategy จึงมุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากหุ้นให้ได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็จำกัดความเสี่ยงบางส่วนไปด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อเทียบกับพอร์ตที่ลงทุนแค่หุ้นอย่างเดียว A.Stotz All-Weather Strategy ย่อมเสี่ยงน้อยกว่า

นอกจากเรื่องความเสี่ยงแล้ว จังหวะของการลงทุนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึง งานวิจัยในอดีตบ่งชี้หลักฐานมายืนยันพฤติกรรมที่ว่านักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเข้าลงทุนตอนที่ตลาดหุ้นถึงจุดสูงสุด และขายออกตอนที่ตลาดอยู่จุดต่ำสุด นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่านักลงทุนชาวอเมริกันขาดทุนไปกว่า 50% เพียงเพราะเข้าตลาดผิดจังหวะ
แต่สำหรับ A.Stotz All-Weather Strategy นั้นเราจะดูจังหวะเข้าออกตลาดให้ครับ เราจะลดการลงทุนในหุ้นลงเมื่อหุ้นมีความน่าสนใจน้อยลง จุดประสงค์ของเราคือต้องการลดโอกาสขาดทุนให้น้อยที่สุด โดยไม่กระทบต่อผลตอบแทนมากจนเกินไป ในช่วงที่หุ้นมีความน่าสนใจ เราจะแบ่งสัดส่วนลงทุนในหุ้นสูงถึง 85% ของพอร์ตและมุ่งหวังที่จะได้รับประโยชน์จากการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ ณ เวลานั้นๆ

สล็อต

A.Stotz All-Weather Strategy จะใช้ทั้งกลยุทธ์แบบระยะยาว (Strategic) และระยะสั้น (Tactical) กลยุทธ์ระยะยาวคือ ในทุกๆ ครั้งที่เราปรับพอร์ต สัดส่วนของสินทรัพย์แต่ละอย่างที่เราถือนั้นจะไม่มีทางต่ำกว่า 5% ของพอร์ต กลยุทธ์ระยะสั้นคือ เราจะหาสินทรัพย์ 3 ประเภทที่น่าสนใจที่สุด ณ ขณะนั้น และจะกระจายการลงทุนใน 3 สินทรัพย์อย่างละ 25%

ปัญหาที่พบเจอบ่อยคือนักลงทุนบางคนไม่กระจายความเสี่ยง พวกเขาลงทุนกระจุกตัวในหุ้นไม่กี่ตัว แต่แล้วก็ต้องเจอกับผลขาดทุนที่หนักหน่วง ฉะนั้น A.Stotz All-Weather Strategy จะกระจายความเสี่ยงที่จากหุ้นรายตัวด้วยการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่หลากหลาย ซึ่งเราได้ทำการคัดเลือกกองทุนรวมของไทยที่จะให้ผลลัพธ์ที่เราต้องการ โดยกลยุทธ์การลงทุนของเรานั้นอ้างอิงจากโมเดล FVMR ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นฐาน (Fundamental) มูลค่า (Valuation) แนวโน้ม (Momentum) และความเสี่ยง (Risk)

พอร์ตนี้เหมาะกับใคร
A.Stotz All-Weather Strategy นั้นเหมาะสำหรับนักลงทุนที่

สล็อตออนไลน์

ต้องการลงทุนระยะยาวแบบไร้กังวล
ต้องการกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ผ่านการวิจัยและทดสอบมาแล้ว
เข้าใจว่าหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวที่ดีที่สุด
ต้องการลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดไม่ดี
ยอมที่จะแลกผลตอบแทนบางส่วน เพื่อลดความผันผวนลง
เข้าใจว่าผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต
เข้าใจว่าผลตอบแทนที่แท้จริงนั้นจะแตกต่างจากผลตอบแทนจากการทำทดสอบย้อนหลัง (Backtest) อันเนื่องมาจากค่าธรรมเนียม จังหวะการซื้อขาย ฯลฯ
สินทรัพย์ที่ลงทุน
A.Stotz All-Weather Strategy ลงทุนในสินทรัพย์ 4 ประเภท ดังนี้

jumboslot

หุ้น – ได้เป็นเจ้าของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลและการปรับขึ้นของราคาหุ้น
ตราสารหนี้ – ปล่อยกู้ให้บริษัทและรัฐบาล มีความเสี่ยงต่ำ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและการปรับขึ้นของราคาตราสารหนี้
สินค้าโภคภัณฑ์ – วัตถุดิบต่างๆ เช่น พลังงาน อาหาร โลหะ มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคา
ทองคำ – เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุด มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคา
เราแบ่งภูมิภาคของหุ้นที่จะลงทุนเป็น 5 ภูมิภาค ซึ่งก็คือ 1) สหรัฐฯ 2) ประเทศพัฒนาแล้วแถบยุโรป 3) ตลาดเกิดใหม่ 4) เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) และ 5) ญี่ปุ่น

กลยุทธ์การแบ่งภูมิภาคแบบนี้จะเอื้อให้เราได้ผลประโยชน์จากการปรับพอร์ตตามสถานการณ์ระยะสั้น ซึ่งเราได้ทำการค้นหากองทุนรวมของไทยที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับเป้าหมายที่เราต้องการมากที่สุด พร้อมค่าธรรมเนียมที่ต่ำที่สุดที่เราจะหาได้ และเพื่อที่จะได้ลงทุนนอกตลาดไทย เราได้ทำการคัดเลือกกองทุนรวมแบบ FIF ที่ไปลงทุนใน Master Fund ของต่างประเทศด้วยเช่นกัน
ปรับพอร์ตอย่างไร
นอกจากการทดสอบและปรับปรุงแก้ไข A.Stotz All-Weather Strategy เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนแล้ว เรายังทำการทดสอบวิธีการปรับพอร์ตแต่ละแบบ ในกรอบเวลาแต่ละช่วงอีกด้วยครับ

slot

นอกเหนือไปจากผลตอบแทนและความเสี่ยงแล้ว ค่าธรรมเนียมก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะยิ่งเราปรับพอร์ตบ่อยเท่าไร เราก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมมากขึ้นเท่านั้น เราได้ลองเปรียบเทียบความถี่ในการปรับพอร์ต ระหว่างการปรับทุกเดือน ปรับทุกไตรมาส ปรับทุกครึ่งปี และปรับทุกปี ผลลัพธ์คือการปรับพอร์ตทุกไตรมาส (ทุกๆ 3 เดือน) ให้ผลลัพธ์ดีสุดสำหรับกลยุทธ์แบบ A.Stotz All-Weather Strategyการทดสอบย้อนหลัง (Backtesting)
เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายหลักของเรา ซึ่งนั่นก็คือการลงทุนระยะยาวที่ทานทนต่อสภาวะตลาดทุกรูปแบบ เราได้ทำการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) โดยใช้ช่วงเวลาที่ยาวนาน น่าเสียดายที่กองทุนรวมในไทยส่วนใหญ่ที่เราเจอนั้นไม่ได้มีประวัติยาวนานมากนัก นั่นหมายความว่าเราต้องใช้ดัชนีเป็นตัววัดแทน ว่าภาพรวมกลยุทธ์ของเราได้ผลแค่ไหน เราได้คัดเลือกดัชนีที่ใกล้เคียงกับกองทุนที่เราเลือกที่สุดเพื่อทดสอบ A.Stotz All-Weather Strategy ของเรา ดัชนีที่ใช้ก็เช่น S&P 500 สำหรับตลาดสหรัฐฯ และ MSCI Europe สำหรับประเทศพัฒนาแถบยุโรป เป็นต้น อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราควรพึงตระหนักคือในเมื่อดัชนีไม่มีค่าธรรมเนียม การทำ Backtest ดังต่อไปนี้จึงไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมเข้าไปเช่นกัน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Recommended Articles