Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ประชันกองทุนเทคโนโลยี 5 กอง: ต่างกันอย่างไร แล้วลงทุนกองไหนดี?

สิ่งที่มักจะได้ยินหลาย ๆ คนถามกันคือ กองทุนเทคโนโลยีกองไหนน่าลงทุน? โดยส่วนใหญ่คนก็มักจะลังเลระหว่าง 5 กองนี้ นั่นคือ ONE-UGG-RA, TMBGQG, B-INNOTECH, KF-GTECH และ K-USXNDQ-A(D) ไม่แน่ใจว่าแต่ละกองต่างกันอย่างไรบ้าง เราจึงลองรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ของแต่ละกองมาเปรียบเทียบกันดู เพราะแม้จะเป็นกองเทคฯ เหมือนกัน แต่รายละเอียดกองอาจจะไม่เหมือนกันนะ
แต่ละกอง ลงทุนในอะไรบ้าง?
ด้วยความที่ทั้ง 5 กองเป็นกองทุนที่ไปลงในกองทุนต่างประเทศเพียงกองเดียวอีกที จึงเป็นการดีที่เราจะเปรียบเทียบกองทุนต่างประเทศเหล่านั้น ซึ่งทั้ง 5 กองก็ลงใน Master Fund ที่ไม่เหมือนกันเลย

jumbo jili

ONE-UGG-RA
ลงทุนใน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund Class B Net Accumulation ซึ่งจะลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง มุ่งสร้างผลตอบแทนภายในระยะเวลา 5-10 ปี เป็นกองทุน Active บริหารเชิงรุก ไม่ได้อ้างอิงดัชนีใด ๆ โดยกองทุนจะคัดเลือกบริษัทแบบ Bottom-Up ดูว่าบริษัทไหนมีศักยภาพในการเติบโตด้านรายได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะลงทุนในบริษัทนั้น ๆ
Baillie Gifford นั้นเป็น Fund House สัญชาติสก็อตแลนต์ ก่อตั้งมานานมากแล้วตั้งแต่ปี 1908 โดยจุดเด่นอยู่ที่ทีมการลงทุนประกอบไปด้วยผู้คนจากหลากหลายสาขา ไม่ใช่แค่สายการเงินอย่างเดียว แต่มีทั้งด้านแพทย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ดนตรี เป็นต้น สิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งเพราะคนจากด้านต่าง ๆ จะเข้าใจธุรกิจจากด้านนั้น ๆ ได้ละเอียด
เราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ บริษัทนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แม้จะไม่ได้มีรายได้จากการขายสินค้าทางเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ก็มีเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังระบบของธุรกิจ เช่น Facebook มีรายได้จากการขายโฆษณา แต่แค่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการช่วยเชื่อมผู้ใช้เข้าด้วยกัน
หุ้นในพอร์ตล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่เติบโตได้สูงตามที่กองทุนคาดหวัง อย่าง Amazon อันดับหนึ่งของพอร์ตนี่รายได้ปี 2019 ก็เติบโต 20.45% รายได้ปี 2018 เติบโต 30.93% รายได้ปี 2017 เติบโต 30.80% ส่วนอันดับ 2 Tencent นั้นรายได้ปี 2019 โตขึ้น 15.55% ปี 2018 โต 34.27% และปี 2017 โต 53.89%!!
แต่ถ้าดูในรายชื่อนี้ดี ๆ อาจจะมีสงสัยกันเล็กน้อยว่า Kering บริษัทเจ้าของแบรนด์หรูอย่าง Gucci และ Saint Laurent มาทำอะไรในนี้? ต้องย้อนกลับไปดูว่าจริง ๆ แล้วกองทุนนี้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตยาว ๆ ไม่ได้บอกว่าเป็นหุ้นเทคโนโลยีอย่างเดียว นั่นหมายความว่า หากเป็นหุ้นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคฯ มาก แต่มีศักยภาพเติบโตสูง ก็สามารถเข้ามาอยู่ในพอร์ตได้เช่นกัน
จากภาพด้านล่างเราจะเห็นได้ว่ากองทุนให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่ม Consumer Services แทบจะใกล้เคียงกัน โดยกลุ่ม Consumer Services ก็อาจจะมีเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังธุรกิจได้เช่นกัน

สล็อต

TMBGQG
ลงทุนใน Wellington Global Quality Growth Fund USD Class S Accumulating Unhedged เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นโลก มุ่งเน้นหาผลตอบแทนระยะยาว บริหารกองทุนแบบ Active หวังเอาชนะดัชนี MSCI ACWI Index โดยผู้บริหารคือ Wellington Asset Management ซึ่งก่อตั้งในปี 1928 เป็นอีกหนึ่ง บลจ. ที่มีประวัติยาวนานกว่า 92 ปี
เห็นคำว่า Global และ Growth เหมือนกองแม่ของ ONE-UGG-RA เบื้องต้นเราอาจจะคิดว่าน่าจะคล้าย ๆ กัน ดังนั้นเราลองมาดูไส้ในกัน
กองนี้มีวิธีการคัดเลือกหุ้นโดยใช้ 4 ปัจจัยหลักคือ 1. Valuation 2. Growth 3. Quality 4. Capital Return ซึ่งทางทีมก็จะปรับสัดส่วนไปตามสภาวะเศรษฐกิจ เรียกได้ว่ามีความยืดหยุ่น หากช่วงไหนเศรษฐกิจซึม ก็จะไปเน้นปัจจัยด้าน Quality และ Capital Return แต่ถ้าช่วงไหนเศรษฐกิจดี ก็จะเน้น Valuation และ Growth
นอกจากนั้นแล้วกองทุนยังมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่มีรายได้เติบโต ช่องทางปกติ (Organic Sales) สัดส่วนสูง แผนธุรกิจที่อุดมด้วยคุณภาพเพื่อการเติบโตที่ต่อเนื่อง และมีสภาพคล่องซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของบริษัทในระดับที่สูง ซึ่งการตรวจสอบกระแสเงินสดนั้นลงลึกถึง คำถามสำคัญที่ว่า เงินสดที่มีอยู่ในมือนั้นมาจากแหล่งใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากกระแสเงินสดที่มีอยู่ในมือนั้น เป็นเงินสดที่ได้มาจากการกู้ยืม ก็คงไม่ต่างจากการไม่มีเงินสดเท่าใดนัก
เมื่อลองมาดู 10 อันดับข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าใน 10 อันดับหุ้นที่กองทุนลงทุนนั้น นอกจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Microsoft, Apple, Alphabet ก็ยังมีหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้เน้นเทคโนโลยี เช่น Nestle, JPMorgan ซึ่งกลุ่มนี้เป็นหุ้น Value ของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาเพื่อสร้างความสมดุลให้กับพอร์ต เพื่อไม่ให้ผลการดำเนินงานเหวี่ยงมากเกินไป สามารถถือยาว ๆ ได้ โดยประเภทหุ้นที่กองทุนถือเยอะสุดก็ยังหนีไม่พ้นเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ที่ 30.4% รองลงมาคือ Health Care ซึ่งก็ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เกาะติด Mega Trend เหมือนกัน

สล็อตออนไลน์

B-INNOTECH
ลงทุนใน Fidelity Funds – Global Technology Fund Class Y-ACC-USD ซึ่งกองนี้จะไม่เหมือนกับ 2 กองแรกแล้ว เพราะเน้นลงในหุ้นที่เกี่ยวข้องหรือได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้วน ๆ เรียกได้ว่าธีมชัดเจน โดยกองทุนมุ่งหวังลงทุนอย่างน้อย 70% ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
ในฝั่งของตัว บลจ. มูลค่าสินทรัพย์ของ Fidelity นั้นอยู่ที่ $6.85 พันล้าน เป็นบริษัทที่แยกตัวมาจาก Fidelity Management & Research ที่มีประวัติมาตั้งแต่ 1969 (อายุบริษัทจริง ๆ จึงถือว่าเข้า 50 ปีแล้ว)
สไตล์การบริหารกองทุนของกองนี้ก็จะเน้นแบบ Bottom-Up ดูพื้นฐานและคุณภาพของกิจการว่ามีต้องแนวโน้มการเติบโตที่ดี และราคาหุ้นต้องไม่แพงเกินไปด้วย คุณ Hyunho Sohn ผู้จัดการกองทุนนี้เชื่อว่าการเข้าใจเทรนด์เทคโนโลยีคือหัวใจหลักของการบริษัทที่จะเป็นผู้นำในระยะยาว
กลยุทธ์การเลือกหุ้นของกองนี้จะโฟกัสบริษัทที่เข้าข่าย 3 ประเภทนี้ นั่นคือ 1. มีแนวโน้มเติบโตสูงจากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีแบบ Disruptive 2. มีรอบ Cycle ที่สร้างโอกาสทำกำไรได้ โดยจะเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมย่อย ๆ ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว และ 3. เป็นสถานการณ์พิเศษ จำพวกบริษัทที่ราคาไม่ตรงกับมูลค่าที่แท้จริง โดยยังสามารถเติบโตได้อีกในอนาคต
หุ้น 10 อันดับแรกจะเห็นได้ว่าโฟกัสไปที่หุ้นเทคฯ ล้วน ๆ มีทั้งชื่อที่เราคุ้นเคยอย่าง Apple, Alphabet, Samsung, Microsoft, Facebook และชื่ออื่น ๆ ที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่าไร เช่น KLA Corp และ Analog Devices ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์, Western Digital บริษัทผลิตฮาร์ดดิสต์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าประเภทหุ้น 10 อันดับนั้นเน้นหนักไปที่กลุ่ม Information Technology มาก ๆ ล้วนเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องมือหรือระบบในการประมวลผลข้อมูล

jumboslot

KF-GTECH
ลงทุนใน T-Rowe Price Funds SICAV – Global Technology Equity Fund (Class Q) เป็นอีกกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเช่นกัน ตัว บลจ. ซึ่งก็คือ T.Rowe Price นั้นมีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ $1 ล้านล้าน บริษัทจัดตั้งตั้งแต่ 1937 (83 ปี) มีสำนัก Research และตัวแทนมากกว่า 51 ประเทศทั่วโลก
กองทุนนี้จะถือหุ้นในพอร์ตเป็นจำนวนระหว่าง 30-80 ตัว ซึ่งก็จะเน้นเป็นบริษัทที่เกาะเทรนด์ระยะยาวของโลก การวิเคราะห์ก็จะเป็นแบบ Bottom-Up เพื่อหาเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยส่วนใหญ่กองทุนก็จะลงทุนในบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่
10 อันดับของกองทุนนี้ก็เป็นหุ้นเทคฯ ล้วน ๆ ตามที่คาดหวังกันไว้ แต่เมื่อดูรายตัวแล้วก็จะเห็นว่ามีหลายบริษัทที่ “มาแรง” ในช่วงนี้เช่น Amazon, Netflix, Alibaba นอกจากนั้นยังมีบริษัทชื่อใหม่ ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้จัก เช่น Salesforce, Workday, ServiceNow, Intuit, Atlassian ซึ่งจุดร่วมของบริษัทเหล่านี้คือมีความเกี่ยวข้องกับระบบการทำงาน เช่น ระบบ CRM, ระบบซอฟต์แวร์หลังบ้าน หรือ ระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันโดยมี Cloud Computing เข้ามาช่วย
ยอดการเติบโตของบริษัทเหล่านี้ก็ไม่ธรรมดา อย่าง Workday ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่เป็นระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) นั้นมี Compound Annual Growth Rate (CAGR) ถึง 49% หากนับตั้งแต่ปี 2013 มาถึงการคาดการณ์ในปี 2020 แปลง่ายๆ ว่าโดยเฉลี่ยแล้ว หากรายได้ของ Workday ตั้งแต่ปี 2013 เติบโตเฉลี่ยปีละ 49% แบบทบต้น!! ส่วน Intuit ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการทำบัญชี ก็มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าใน 5 ปี

slot

K-USXNDQ-A(D)
หากเทียบกับกอง 4 กองก่อนหน้านี้ กองนี้จะแตกต่างออกไปเลยอย่างเห็นได้ชัด โดยกองทุนลงทุนใน Invesco QQQ Trust, Series 1 เป็น ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีนโยบายลงทุนให้ผลตอบแทนตามดัชนี NASDAQ-100 ฉะนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นแบบ Passive ล้อไปกับดัชนี ไม่เหมือนกองก่อนหน้านี้ที่กองแม่เป็น Active โดยดัชนี NASDAQ-100 ประกอบไปด้วยหุ้น 103 ตัวที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในตลาด NASDAQ
ในภาพรวมกองทุนก็จะถือหุ้นตามดัชนีเลย ซึ่ง Top 10 ส่วนใหญ่ก็เป็นชื่อที่คุ้นหูกัน และหากใครสงสัยว่าทำไมถึงมี PepsiCo หลุดมา ดัชนี NASDAQ ไม่ใช่ดัชนีหุ้นเทคฯ หรอกหรือ? อันที่จริงแล้วต้องทำความเข้าใจก่อนว่า NASDAQ แม้จะมีหุ้นเทคฯ อยู่เป็นส่วนมาก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด โดย NASDAQ นั้นย่อมาจาก National Association of Securities Dealers Automated Quotation (เห็นได้ว่าไม่มีคำว่า Technology เลย) เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่แรกของสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการซื้อขาย เหตุผลที่มีบริษัทเทคฯ มากมายใน NASDAQ นั่นเป็นเพราะช่วงแรก ๆ บริษัทเทคฯ ยังมีมูลค่าสินทรัพย์ไม่มากนัก ไม่เพียงพอให้จดทะเบียนในตลาดใหญ่อย่าง NYSE เลยต้องมาจดใน NASDAQ แทน แม้ตอนนี้บริษัทเทคฯ เหล่านี้จะมีมูลค่าสูงแล้ว แต่ก็ยังอยู่ใน NASDAQ ต่อไป
บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด

Recommended Articles