Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ทว่าในประเทศไทย การจะเลือกลงทุนในกลุ่ม REITs และ Infrastucture Fund มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก อีกทั้งด้วยสภาพคล่องในตลาดที่ค่อนข้างต่ำ การกระจายความเสี่ยงการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก เทียบกับต่างประเทศที่มีความหลากหลายทางธุรกิจที่มากกว่า อาทิ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการวางโครงข่าย 5G ธุรกิจขนส่งพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซ หรือแม้กระทั่งการบริหารสนามกีฬาในกรุงปารีส ซึ่งมีความหลากหลายอย่างมาก ให้นักลงทุนได้เลือกจัดสรรกระจายความเสี่ยงไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ

กองทุน SCBGIF ลงทุนในกองทุน DWS Invest Global Infrastructure (“Master Fund”) IDH (P) EUR shares class มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (fx) ตามดุลยพินิจ
โดยกองทุน DWS Invest Global Infrastructure นั้นมีนโยบายการลงทุนในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก เช่น ระบบขนส่ง พลังงาน ระบบน้ำ และการสื่อสาร

jumbo jili

จุดเด่นของอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน
รายได้และกำไรมีความผันผวนต่ำ ซึ่งในจุดนี้จะโดดเด่นมากในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากการปันผลจะคงที่และสูงกว่าสินทรัพย์อื่น จากรูปแบบธุรกิจมี Barriers สูง (ทำให้เป็นเจ้าตลาด หรือ monopoly) และมีการทำสัญญาระยะยาว ส่งผลให้มีความผันผวนที่ต่ำกว่า sector อื่น อย่างชัดเจน
รายได้และกำไรมีแนวโน้มเดียวกับอัตราเงินเฟ้อ เสมือนเป็นการป้องกันเงินเฟ้อให้กับเงินลงทุน
จะเห็นว่าในอุตสาหกรรมยังมีอุตสาหกรรมย่อยหลายรูปแบบธุรกิจและภูมิภาค ช่วยการกระจายความเสี่ยง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความผันผวนต่ำทั้งรายได้และราคาหุ้น พร้อมการปันผลที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นและสินทรัพย์อื่นกำไรก่อนหักภาษีและดอกเบี้ย (EBITDA)
จะเห็นว่ายังคงเป็นบวกแม้ในช่วงวิกฤต (เช่น ช่วงฟองสบู่แตก ช่วงวิกฤตซับไพรม์) ขณะเดียวกันความผันผวนยังต่ำ โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ Standard Deviation (SD) ต่ำกว่าหุ้นโลกกองทุน DWS Invest Global Infrastructure ใช้การคัดกรองหุ้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
1,เชิงปริมาณ (Quantitative): กรองหุ้นกว่า 550 ตัว ทั้งจากดัชนี S&P, MSCI World Infrastructure จากนั้นกรองลงมาเหลือ 200 – 250 ตัว โดยใช้หลักเกณฑ์เลือกบริษัทที่มีกระแสเงินสด (Cash Flow) จากโครงสร้างพื้นฐาน อย่างน้อย 70% ที่บริษัทถือครองหรือบริหารงานให้
2.เชิงคุณภาพ (Qualitative): คัดเลือกหุ้นลงเหลือ 150 ตัว ด้วยการวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน โดยเน้น free cash flow yield, EV/EBITDA รวมไปถึงคุณภาพการบริหารงาน ต่อจากนั้นวิเคราะห์ผ่านวัฏจักรตลาด ความสัมพันธ์เทียบกับข้อมูลเชิงมหภาค และ Beta เทียบกับ MSCI World เพื่อคัดเลือกหุ้น 40 – 50 ตัวการคัดเลือกนี้ส่งผลให้สินทรัพย์อันดับแรกๆ ที่กองทุนถือครองนั้นมีหุ้นใน 3 อุตสาหกรรมย่อยที่น่าสนใจ อันประกอบไปด้วย Specialized REITs, Oil & Gas / Utilities, Construction & Engineering

สล็อต

Specialized REITs
เป็นธุรกิจเสาสื่อสาร ซึ่งโอกาสที่น่าสนใจของกลุ่มนี้ คือ 5G เริ่มจาก American Tower และ Crown Castle International Corp ซึ่งเป็นผู้ประกอบการให้เช่าเสาสัญญาณ (Tower) แก่ผู้ประกอบการเครือข่ายสัญญาณ ซึ่งหากผู้ประกอบการเครือข่ายสัญญาณต้องการเพิ่มจุดกระจายสัญญาณ จะไม่สร้างเอง แต่จะเช่าเสาสัญญาณแล้วติดตั้งอุปกรณ์แทน เมื่อประกอบกับ ลักษณะของสัญญาณ 5G ที่แม้จะเร็วขึ้นมาก แต่ก็มีความสามารถในกระจายสัญญาณได้ระยะแคบ ดังนั้นจึงเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจในอนาคต อย่างไรก็ตามทั้ง 2 บริษัทนั้นไม่ถือเป็นคู่แข่งที่ต้องปะทะกันโดยตรงมากเกินไป เนื่องจาก American Tower มีลักษณะเป็น Tower แต่ Crown Castle International Corp มีลักษณะการให้บริการแบบ Small cell ที่มีขนาดเล็กใกล้เคียงถังขยะตามท้องถนน ซึ่งเป็นการให้บริการที่แตกต่างกันในกลุ่มลูกค้า

Oil & Gas / Utilities
อย่างที่คุ้นเคยกันว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะมีรายได้จากท่อส่งเชื้อเพลิงทั้งน้ำมันและก๊าซ ซึ่งจะทำสัญญาเพื่อบำรุงรักษา ดูแลด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีรายได้สม่ำเสมอ อีกส่วนพบว่าบริษัทเหล่านี้เข้าไปทำธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม ซึ่งในอนาคตกลุ่มนี้จะมีราคาต่ำลง ผู้บริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สล็อตออนไลน์

Construction & Engineering
เป็นธุรกิจรับบริหารงาน เช่น ทางด่วน สนามบิน มีลักษณะเป็นสัมปทานและสัญญากับภาครัฐ ในต่างประเทศจะมี Hot Lane สำหรับเดินทางเร่งด่วนมากขึ้น ส่งผลให้มีค่าเดินทางเพิ่มขึ้นตาม นับเป็นอีกช่องทางรายได้ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทมักจะทำสัญญาระยะยาวกับภาครัฐเพื่อความมั่นคงของรายได้
เนื่องจากการปันผลเป็นจุดเด่นของกลุ่มนี้อยู่แล้ว จึงขอพาไปดูประวัติการปันผลและ Yield ของสินทรัพย์ที่ถือครองอันดับต้นๆ

American Tower (ผู้นำด้านเช่าเสากระจายสัญญาณ)
คว้าโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ด้วย SCBGIF
รูปที่ 7 เงินปันผลต่อหุ้น (สีส้ม) และ อัตราการปันผล (สีขาว) I Source : Bloomberg as of 8/11/2019

แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นมาจากปรากฏการณ์ 5G แต่อัตราการปันผลยังสามารถยืนในระดับเดิมได้ เพราะเงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้นโดยตลอด ซึ่งหากสังเกตจากรูปแบบธุรกิจทำให้น่าสนใจทั้งแนวโน้มราคาและการปันผล

jumboslot

Enbridge Inc (ผู้นำด้านพลังงาน สาธารณูปโภค)
คว้าโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ด้วย SCBGIF
รูปที่ 8 เงินปันผลต่อหุ้น (สีส้ม) และอัตราการปันผล (สีขาว) I Source: Bloomberg as of 8/11/2019
เงินปันผลเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดทศวรรษ ขณะเดียวกันอัตราการปันผลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยในปี 2017 สู่ระดับประมาณ 6.0% ซึ่งหากเปรียบเทียบกับอัตราการปันผลของตลาดหุ้นโดยรวม และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรที่ต่ำมากแล้ว ยิ่งมีความน่าสนใจในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้

ปัจจัยเสี่ยงในการลงทุน
ปัจจัยเกี่ยวกับรัฐ
เพราะรัฐบาลอาจควบคุมการอนุมัติสัมปทาน การเริ่มโครงการใหม่ และอาจถอนใบอนุญาตหากมองว่าโครงการส่งผลกระทบต่อพื้นที่และสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำไปสู่อีกความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในหัวข้อนี้ คือ เกี่ยวกับมาตรการควบคุม เช่น สิ่งแวดล้อม
ปัจจัยเรื่องการเงินและค่าใช้จ่ายโครงการ
โครงการอาจมีค่าใช้จ่ายบานปลาย ทั้งการสร้างและบริหาร ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และภาษี

slot

ปัจจัยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
เนื่องจาก SCBGIF ไม่ได้วางนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนแบบเต็มจำนวน แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจผู้จัดการลงทุน

อย่างไรก็ดี นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงได้
ความเสี่ยงนั้นมีทั้งส่วนของภาครัฐ มาตรการควบคุม ค่าใช้จ่าย และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ยังมีความซับซ้อนของรูปแบบธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมนี้ คำแนะนำคือ นักลงทุนควรเลือกบริษัทที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่น มีประวัติการทำโครงการเสร็จตรงเวลา ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและการเข้ามาแทรกแซงของรัฐ
บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด

Recommended Articles