Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ในวันที่จะเริ่มต้นซื้อกองทุนรวม เชื่อว่าหลายคนคงเกิดคำถามว่าเราจะซื้อกองทุนกองไหนดี ที่จะได้ผลตอบแทนตามที่หวัง และประสบความสำเร็จกับ “กองทุนรวม”
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาคำตอบว่ากองทุนแบบไหนเหมาะกับเรา เพียงแค่เราตั้งใจและทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง วันนี้เราจะไปหาคำตอบพร้อมกันครับ
พร้อมแล้วลุย!!

กองทุนรวมทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทน ที่นำเงินจากนักลงทุนคนละเล็กละน้อย (บางคนมีมากก็ลงเงินเยอะหน่อย) แล้วนำเงินที่รวบรวม หรือระดมทุนได้นั้นไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ต่าง ๆ มากมายหลายรูปแบบ สินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนจึงเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ใช้แบ่ง “ประเภทของกองทุนรวม”

jumbo jili

สำนักงาน ก.ล.ต. ได้แบ่งประเภทของกองทุนรวมตามนโยบายการลงทุนออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้

  1. กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะสำหรับการลงทุนระยะสั้นของนักลงทุนที่ไม่ต้องการความเสี่ยง
  2. กองทุนรวมตราสารหนี้ (General Fixed Income Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ อย่างพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝากของธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้เอกชน กองทุนรวมประเภทนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อย
  3. กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาว (Long-Term Fixed-Income Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยในการถือครอง (Portfolio Duration) มากกว่า 1 ปี จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ และสามารถลงทุนระยะยาวได้

สล็อต

  1. กองทนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-Term Fixed-Income Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยในการถือครอง (Portfolio Duration) ไม่เกิน 1 ปี จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้น และต้องการความเสี่ยงต่ำ
  2. กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) เป็นกองทุนรวมที่สามารถลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือตราสารอื่น ๆ แต่จะต้องมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 35% และไม่เกินกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมนั้น จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง
  3. กองทุนรวมผสมยืดหยุ่น (Flexible Portfolio Fund) เป็นกองทุนรวมที่สามารถลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ได้ทุกประเภทเช่นเดียวกับกองทุนรวมผสม แต่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ดังนั้น การจัดสรรเงินลงทุนระหว่างเงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือตราสารอื่น ๆ จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะตลาดในขณะนั้น ๆ จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง

สล็อตออนไลน์

  1. กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ส่วนเงินส่วนที่เหลือสามารถนำไปลงทุนเงินฝาก ตราสารหนี้ หรือตราสารทุนก็ได้ จึงมีข้อดีคือ มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำ มีการกระจายความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมประเภทอื่น ๆ เพราะกระจายการลงทุนไปในหลายกองทุนและหลาย บลจ. แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มีค่าธรรมเนียมในการจัดการและค่าใช้จ่ายอื่นซ้ำซ้อน (กองทุนรวมประเภทนี้นิยมไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ) ความเสี่ยงค่อนข้างกระจายตัว กล่าวคือ มีทั้งความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง ขึ้นอยู่กับว่ากองทุนรวมที่ไปลงทุนอีกทีเป็นกองทุนประเภทไหน
  2. กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนประเภทต่าง ๆ ได้แก่ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (Warrant) รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น สัดส่วนการลงทุนต้องเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด โดยเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ขณะที่เงินทุนส่วนที่เหลือ ผู้จัดการกองทุนสามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น เงินฝากหรือตราสารหนี้ หรือจะนำเงินทุนทั้งหมดไปลงทุนในตราสารทุนก็ได้ จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง

jumboslot

  1. กองทุนรวมใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน หรือหุ้นเพิ่มทุน โดยเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ส่วนที่เหลือสามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นได้ การลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิมีความเสี่ยงสูง กองทุนประเภทนี้จึงมีความเสี่ยงสูงมาก
  2. กองทนรวมกลุ่มธุรกิจ (Sector Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ทำธุรกิจหลักประเภทเดียวกัน (ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด) โดยเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม กองทุนประเภทนี้จะเน้นลงทุนเฉพาะกลุ่มธุรกิจใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่คาดหวังว่าหุ้นในกลุ่มนั้น ๆ จะมีผลประกอบการดี และจะให้ผลตอบที่ที่ดี แต่ก็ทำให้เกิดข้อเสียเปรียบในแง่การลงทุนแบบกระจุกตัว จึงมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมตราสารทุนทั่วไป

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งประเภทของกองทุนรวมตามเงื่อนไขอื่น เช่น
แบ่งตามประเภทของการขายคืนหน่วยลงทุน ที่สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ “กองทุนเปิด” กับ “กองทุนปิด”

กองทุนเปิด เป็นกองทุนรวมที่อาจกำหมดอายุโครงการหรือไม่ก็ได้ แต่ที่สำคัญคือ บลจ. สามารถขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมและต่อเนื่องได้ ภายหลังจากที่ได้เสนอขายหน่วยลงทุนในครั้งแรกไปแล้ว รวมถึงสามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากนักลงทุนได้ตลอดเช่นกัน

slot

กองทุนปิด เป็นกองทุนรวมที่ บลจ. ไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนก่อนหมดอายุโครงการ นั่นหมายความว่า กองทุนปิดจะกำหนดอายุโครงการอย่างชัดเจนและแน่นอน จึงเปิดให้จองซื้อหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวตอนเริ่มโครงการ

แบ่งตามเทคนิคการบริหารการลงทุน
โดยปกติกองทุนรวมจะมี Benchmark ที่เป็นเสมือนมาตรวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวม ซึ่งตัว Benchmark เป็นที่มาของการแบ่งประเภทของกองทุนรวมตามเทคนิคการบริหารการลงทุน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ กองทุนรวมแบบ Active กับแบบ Passive
แบบ Active จะมุ่งเน้นให้ผลตอบแทนของกองทุนรวมเอาชนะ Benchmark
แบบ Passive จะมุ่งเน้นให้ผลตอบแทนของกองทุนรวมล้อไปกับ Benchmark
จะเห็นว่าหากอิงกับการแบ่งประเภทของกองทุนรวมตามนโยบายการลงทุน สินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน จะสะท้อนความเสี่ยงของกองทุน โดยความเสี่ยงจากการไปลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท จะเป็นตัวตัดสินว่ากองทุนแบบไหนเหมาะกับนักลงทุน ดังนั้น จึงต้องมาวัดระดับในการยอมรับความเสี่ยง ซึ่งสามารถวัดได้จากการทำแบบสอบถาม ที่ปกติจะต้องทำในตอนเปิดบัญชีซื้อขายกองทุน การลงทุนต้องมีความรู้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลประโยนช์ของนักลงทุนเอง

Recommended Articles