Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

“RMF กองไหนดี?” ใครที่กำลังมีคำถามนี้อยู่มารวมตัวกันตรงนี้ เพราะในบทความนี้ FINNOMENA Admin จัดอันดับ 10 กองทุน RMF ผลตอบแทนเด่นครึ่งปีแรก 2021 มาไว้ให้เอาไปใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อกองทุน RMF แล้ว จะมีกองทุนไหนบ้าง? แล้วแต่ละกองทุนทำผลตอบแทนครึ่งปีแรกกันไปได้เท่าไร? ติดตามได้เลย

10 อันดับกองทุน RMF ผลตอบแทนเด่นครึ่งปีแรก 2021

  1. ASP-VIETRMF (+39.26%)
    ASP-VIETRMF — มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนาม ที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตและ/หรือมีแนวโน้มการเจริญเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับ ผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่ มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และ/หรือหน่วย CIS ที่มีนโย

jumbo jili

บายการลงทุนในตราสารทุน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ตราสารทุนที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน ASP-VIETRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Finance, ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศเวียดนาม, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 5,000 บาท

  1. KMSRMF (+30.65%)
    KMSRMF — มีนโยบายลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่เกิน 80,000 ล้านบาท โดยกองทุน KMSRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
    ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

สล็อต

  1. B-SM-RMF (+28.06%)
    B-SM-RMF — มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหรือตลาดหลักทรัพย เอ็ม เอ ไอ (MAI) โดยเน้นลงทุนในบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีการกํากับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉลี่ยรอบปบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน B-SM-RMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

  1. KFDNMRMF (+26.52%)
    KFDNMRMF — มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ตราสารทุน หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียนข้างต้น รวมถึงหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวด้วย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อย 80% ของ NAV โดยกองทุน KFDNMRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

สล็อตออนไลน์

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 2,000 บาท
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 2,000 บาท

  1. MS-ASM RMF (+25.36%)
    MS-ASM RMF — มีนโยบายลงทุนในกองทุน Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund (Share Class I) เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน MS-ASM RMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
    สำหรับกองทุน Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund (Share Class I) ที่เป็นกองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตในระยะยาวสำหรับผู้ที่สามารถลงทุนในระยะยาวและยอมรับความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยพอร์ตการลงทุนจะยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและ/หรือแปซิฟิก โดยตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนนั้นรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิและใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง
    ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศจีน, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 10,000 บาท
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

jumboslot

  1. TMSRMF-B (+24.50%)
    TMSRMF-B — มีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) ที่มีปัจจัย พื้นฐานดี และ/หรือมีความมั่นคง และ/หรือมีแนวโน้มการ เจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน TMSRMF-B จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

  1. B-INDIAMRMF (+24.33%)
    B-INDIAMRMF — มีนโยบายลงทุนในกองทุน Kotak Funds – India Midcap Fund (Class J Acc) เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน B-INDIAMRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
    สำหรับกองทุน Kotak Funds – India Midcap Fund (Class J Acc) ที่เป็นกองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะมุ่งหาผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาในระยะยาว โดยลงทุน อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในหุ้นและตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย

slot

ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศอินเดีย, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท

  1. TMSRMF-A (+24.10%)
    TMSRMF-A — มีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) ที่มีปัจจัย พื้นฐานดี และ/หรือมีความมั่นคง และ/หรือมีแนวโน้มการ เจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน TMSRMF-A จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
    ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการความผันผวนของผลการดำเนินงาน (SD) 15-25%, ความเสี่ยงของลักษณะหุ้นที่กองทุนรวมเน้นลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mid/Small
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท
  2. ASP-ERF (+21.43%)
    ASP-ERF — มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV โดยเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีอัตราการเจริญเติบโตสูง โดยกองทุน ASP-ERF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 6
    ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Energy & Utilities
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 5,000 บาท
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 5,000 บาท
  3. B-INNOTECHRMF (+19.02%)
    B-INNOTECHRMF — มีนโยบายลงทุนในกองทุน Fidelity Funds – Global Technology Fund (Class Y ACC-USD) เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุน B-INNOTECHRMF จัดเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 7
    สำหรับกองทุน Fidelity Funds – Global Technology Fund (Class Y ACC-USD) ที่เป็นกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของ บริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและ การพัฒนาทางเทคโนโลยี
    ปัจจัยความเสี่ยงที่ควรทราบ: ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology, ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 500 บาท
    มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 500 บาท
    การลงทุนต้องมีความรู้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลประโยนช์ของนักลงทุนเอง

Recommended Articles