Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ส่องผลงาน “กองทุนรวม” สักนิด… ‘ก่อนคิดจะลงทุน’ ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ !!!

เป็นคำที่นักลงทุนมือเก่าและมือใหม่ที่ลงทุนใน “กองทุนรวม” ต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะจะเห็นได้บ่อยจาก “หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลกองทุนรวม (Fund Fact Sheet)” ทั้งนี้เพราะ “ผลตอบแทน” ของกองทุนรวมที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนฯ หรือหน้าเว็บไซต์ของแต่ละ บลจ. ล้วนเป็น “ผลตอบแทนในอดีต” ทั้งสิ้น

“ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ เมื่อคิดจะลงทุนก็มองหาเรื่องของ ‘ผลตอบแทน’ เป็นอันดับแรก ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว ‘ผลตอบแทน’ ของกองทุนรวมก็ขึ้นกับผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่กองทุนนั้น ๆ เข้าไปลงทุนเป็นสำคัญ นั่นรวมถึงเรื่อง ‘ความเสี่ยง’ ที่จะติดตามมาเป็นเสมือนเงาตามตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสะท้อนออกมาผ่านผลการดำเนินงานของกองทุนแต่ละประเภท ตั้งแต่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง ก็จะมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไป และอย่าลืม!!… อดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต… แต่ประการใด”

jumbo jili

ต้องขอย้ำอีกครั้งว่า… สิ่งสำคัญในการเลือกกองทุนรวม คือ “นโยบายการลงทุน” ของกองทุน ว่าเป็นไปตามที่นักลงทุนต้องการหรือไม่? ถ้าใช่… ก็ค่อยมา “ส่องผลการดำเนินงาน” กันเป็นลำดับถัดไป (อย่าเลือกกองทุนจากการพิจารณาแค่ผลตอบแทนเป็นหลัก โดยละเลยนโยบายการลงทุนเด็ดขาด..!!!)

มาถึงตรงนี้ นักลงทุนบางคนอาจมีคำถามว่า… ในเมื่อเป็น ‘ผลตอบแทนในอดีต’ แล้วจะดูไปทำไม? คำตอบมีอยู่ในตัว… เพื่อดูถึงฝีไม้ลายมือในการบริหารกองทุนของ “ผู้จัดการกองทุน” หรือ “บลจ.” นั้น ๆ เป็นสำคัญว่าทำได้ดีเพียงใด ทำผลงานได้สม่ำเสมอหรือไม่

“บนสมมติฐานว่า… หากกองทุนนี้ในอดีตช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบแทนได้ 10% ต่อปี หากเราลงทุนด้วยฝีมือการบริหารที่ทำได้เหมือนที่ผ่านมา เราลงทุนในกองทุนนี้ไปอีก 10 ปี ข้างหน้า ผลตอบแทนเฉลี่ยระดับ 10% ต่อปี ก็เป็นสิ่งที่พึงคาดหวังได้ แม้อาจจะมีบวกลบไปจากนี้บ้างก็ตาม นั่นคือระยะเวลาในการลงทุนของคุณต้องสอดคล้องกับผลตอบแทนที่เปิดเผยในแต่ละช่วงเวลาด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ลงทุนผ่านไป 3 เดือน บอกทำไมไม่เห็นได้ 10% เลย แบบนั้นถือว่าผิดทางล่ะ”

สล็อต

“ผลการดำเนินงานกองทุนรวม” จะมีเปิดเผยอยู่ใน “หนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet)” โดยวิธีการคำนวณผลการดำเนินงานของกองทุนรวมนั้นจะเป็นไปตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)” โดย ‘ผลตอบแทน’ ที่แสดงนั้นจะเป็น ‘ผลตอบแทนรวม (Total Return)’ (รวมผลตอบแทนทั้งกำไรส่วนเกินมูลค่าเงินลงทุน (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend Yield) เอาไว้หมดแล้ว)

ซึ่งรูปแบบที่นักลงทุนคุ้นตากันเป็นอย่างดีเป็นรูปแบบการแสดง “ผลตอบแทนย้อนหลังแบบปักหมุด” ที่จะระบุวันที่ใช้คำนวณผลตอบแทนไว้ แล้วแสดงผลตอบแทนย้อนหลังกลับไปตามช่วงเวลาต่าง ๆ YTD (Year-To-Date : ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน), 3M, 6M, 1Y, 3Y, 5Y, 10Y และ SI (Since Inception :ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน) ซึ่งจะแสดงทั้ง ‘ผลตอบแทน’ และ ‘ความผันผวน (ความเสี่ยง)’ ของกองทุนนั้น ๆ เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’ ในแต่ละช่วงเวลา (ข้อมูลจะมีในช่วงเวลาใดบ้างนั้น ขึ้นกับอายุของกองทุนเป็นสำคัญ)

สล็อตออนไลน์

“ถามว่า… แล้วควรพิจารณาข้อมูลในช่วงเวลาไหนดี? คำตอบ คือ ทุกช่วงเวลา ทั้ง ‘ผลตอบแทน’ และ ‘ความเสี่ยง’ ในระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาวของกองทุนเมื่อเทียบกับดัชนีเทียบวัดแล้วเป็นยังไงบ้าง? ผลการดำเนินงานสามารถเอาชนะดัชนีมาตรฐาน (Benchmark) ได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หรือชนะบ้าง-แพ้บ้าง ชนะมากหรือน้อย ชนะหรือแพ้ในภาวะตลาดแบบไหน? ผลงานที่ชนะมีความสม่ำเสมอหรือไม่? ในแง่ของความผันผวน เมื่อเทียบกับดัชนีเทียบวัดแล้วเป็นยังไงในช่วงเวลาเดียวกัน ความผันผวนใกล้เคียงกับดัชนีเทียบวัด มากกว่าหรือน้อยกว่า สม่ำเสมอหรือไม่? เพื่อ ‘ความสม่ำเสมอ’ ของผลงานของกองทุนนั้น ๆ ที่ผ่านมา บางกองทุนมีผลงานโดดเด่นในช่วงที่ตลาดซบเซา แต่ในขณะที่บางกองทุนมีผลงานดีในช่วงตลาดผันผวน ซึ่งล้วนแต่สะท้อนผ่านผลงานกองทุนทั้งสิ้น”

ในต่างประเทศอาจมีประเด็นเรื่องของ “ผู้จัดการกองทุน” เข้ามาเกี่ยวข้องในแต่ละช่วงเวลาด้วย เพราะผลงานในช่วงนั้นที่ดี อาจเป็นฝีมือของผู้จัดการกองทุนคนละคนกับปัจจุบัน แต่ในไทยเองเกือบจะ 100% บลจ.ยืนยันเสียงเดียวกันว่าเป็น “คณะกรรมการลงทุน” ของแต่ละบลจ.ลงทุน ไม่มี ‘ดาว (Star)’ แต่ประการใด และปัจจุบันก็จะมีการเปิดเผยชื่อทีมผู้จัดการกองทุนของกองทุนนั้น ๆ เอาไว้ใน Fund Fact Sheet ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นอีกข้อมูลที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน

jumboslot

นอกจากนี้ใน “หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ” ยังมีการเปิดเผย “ผลตอบแทนย้อนหลัง ตามปีปฏิทิน” กับ “แบบ Percentile” เอาไว้ด้วย ในส่วนของแบบปีปฏิทินจะแสดงผลตอบแทนรายปี ‘เทียบกับดัชนีเทียบวัด’ ให้ดูเป็นรายปี ปีไหนมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น ผลตอบแทนกองทุนนั้นเป็นอย่างไร ในปีที่มีวิกฤติเป็นยังไง และปีที่ตลาดบวกแรงหลังวิกฤติคลี่คลาย ผลงานของกองทุนเป็นอย่างไรซึ่งจะทำให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของผลงานกองทุนเป็นภาพรายปี ว่าเป็นอย่างไรบ้างนั่นเอง

ในขณะที่ ‘แบบปักหมุด’ ก็คล้ายกันระยะสั้น 3M, 6M จะทำให้เห็นภาพในช่วงที่เพิ่งผ่านมาในระยะสั้น เป็นต้น เช่นกันกับ ‘แบบรายปี’

“แบบ Percentile นั้น จะเป็นการ ‘เทียบตัวเองกับกองทุนรวมประเภทเดียวกัน’ โดยเอากองทุนแต่ละประเภทมาเรียงลำดับทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง แบ่งเป็น Percentile ตั้งแต่ 5th, 25th, 50th, 75th และ 95th ซึ่งใน Fund Fact Sheet อาจแสดงผลไว้ควบคู่กับผลตอบแทนย้อนหลังแบบปักหมุด หรือแสดงไว้แบบแยกต่างหากก็ได้ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า ‘กองทุนประเภทเดียวกัน’ เมื่อเรียงลำดับแล้ว กองทุนนั้น ๆ อยู่ตำแหน่งPercentile ที่เท่าไร

slot

ตำแหน่ง Percentile ยิ่งน้อย… ยิ่งดี (ผลตอบแทนเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ความผันผวนเรียงลำดับจากน้อยไปหามากเปรียบเทียบเหมือนตัดเกรดของนักเรียนในชั้นเรียนประมาณนั้นเลย) ดังนั้น ผลตอบแทนยิ่งสูงยิ่งดี ความผันผวนยิ่งน้อยยิ่งดี ถ้ามาครบทั้งผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ดีด้วย ความผันผวนก็ต่ำด้วยยิ่งดีใหญ่เลย เป็นต้น นอกจากจะดูเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันแล้ว ยังสามารถบอกความสม่ำเสมอของผลตอบแทนของกองทุนนั้นได้เช่นเดียวกัน

“แต่หากนักลงทุนอยากเทียบผลงานกองทุนรวมประเภทเดียวกันกับ “บลจ.อื่น” นอกจากเทียบแบบ Percentile แล้ว ยังสามารถใช้ข้อมูลผลตอบแทน ‘แบบปักหมุด’ หรือ ‘แบบปีปฏิทิน’ ได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องเลือกเทียบกับกองทุน ‘ประเภทเดียวกัน’ เหมือนเทียบส้มกับส้ม ไม่ใช่ส้มกับมะม่วงซึ่งจะมีระบุ ‘ประเภทกองทุนรวม’ นั้นไว้ใน Fund Fact Sheet อยู่แล้ว” ผู้ลงทุนจึงต้องศึกษาและหาความเข้าใจ เพื่อประเมินโครงการ สิทธิที่ตนจะได้รับ

Recommended Articles