Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ดอก
ดอก เป็นโครงสร้างสืบพันธุ์ของพืชดอก (พืชในหมวด Magnoliophyta)Flowering plants หรือ Angiosperms หน้าที่ทางชีววิทยาของดอก คือ เพื่อออกผลการสืบพันธุ์ ปกติโดยให้กลไกสำหรับการผสมระหว่างสเปิร์มกับไข่ ดอกอาจอำนวยให้การผสมข้ามดอก (outcrossing) หรือให้เกิดการผสมในดอกเดียวกัน (selfing) ก็ได้ บางดอกผลิตส่วนแพร่พันธุ์โดยไม่มีการปฏิสนธิ (การเกิดผลลม) ดอกมีอับสปอร์และเป็นที่ซึ่งแกมีโทไฟต์เจริญ ดอกให้ผลและเมล็ด หลายดอกวิวัฒนาให้ดึงดูดสัตว์ เพื่อที่จะให้สัตว์เหล่านั้นเป็นพาหะส่งผ่านเรณู
นอกเหนือไปจากการอำนวยการสืบพันธุ์ของพืชดอกแล้ว มนุษย์ยังชื่นชมและใช้เพื่อตกแต่งสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม และยังเป็นวัตถุแห่งความรัก พิธีกรรม ศาสนาแพทยศาสตร์และเป็นแหล่งอาหาร

joker123

ส่วนประกอบ
ดอกส่วนประกอบหลักอยู่ 4 อย่าง

  1. กลีบเลี้ยง เป็นส่วนหนึ่งของดอก กลีบเลี้ยงทำหน้าที่ปกป้องดอกขณะที่ยังตูม และประคองกลีบดอกเมื่อดอกบาน คำว่า sepal ใช้ครั้งแรกโดยนอแอล มาร์แต็ง โฌแซ็ฟ เดอ เน็กเกอร์ แพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวเบลเยียมในปี ค.ศ. 1790 โดยมาจากคำภาษากรีก σκέπη (skepē) แปลว่า ห่อหุ้ม เมื่อกลีบเลี้ยงอยู่รวมกันจะเรียกว่า วงกลีบเลี้ยง (calyx)
    ในทางสัณฐานวิทยา กลีบเลี้ยงเจริญมาจากใบที่เปลี่ยนรูป กลีบเลี้ยงเป็นส่วนที่อยู่นอกสุดของวงดอก ส่วนใหญ่มีสีเขียว มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์ด้วยแสง หลังออกดอกกลีบเลี้ยงมักโรยหรือแห้ง แต่พืชบางชนิด เช่น สกุล Acaena, โทมาทิลโล (Physalis philadelphica) และกระจับเขาควาย (Trapa natans) มีกลีบเลี้ยงเป็นหนามไว้ปกป้องผล โทงเทงฝรั่ง (Physalis peruviana) และ Hibiscus trionum พัฒนากลีบเลี้ยงเป็นถุงครอบป้องกันผลจากแมลงและนก ขณะที่กลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบเปรี้ยว (Hibiscus sabdariffa) เจริญไปเป็นผลวิสามัญหลังออกดอก
    กลีบเลี้ยงมีหลายรูปแบบ กลีบเลี้ยงทั่วไปมีลักษณะแยก พืชใบเลี้ยงคู่แท้จะมีกลีบเลี้ยง 4–5 กลีบ ส่วนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ พืชวงศ์ตะแบกและวงศ์ถั่วมีกลีบเลี้ยงที่โคนติดกันเป็นหลอด ขณะที่พืชในอันดับกุหลาบและอันดับชมพู่ ฐานวงกลีบเลี้ยง วงกลีบดอกและเกสรตัวผู้จะก่อตัวร่วมกันเป็นฐานดอกรูปถ้วย

สล็อต

ในบางกรณี มีการใช้คำว่ากลีบรวม (tepal) เพื่ออธิบายดอกที่ยากต่อการจำแนกส่วน เช่น กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีสีเดียวกัน หรือไม่มีกลีบดอกแต่กลีบเลี้ยงมีสีสัน เมื่อกลีบรวมอยู่รวมกันจะเรียกว่า วงกลีบรวม (perianth)

  1. เกสรเพศผู้
  2. เกสรเพศเมีย
  3. กลีบดอก เป็นส่วนหนึ่งของดอก กลีบดอกเจริญมาจากใบที่เปลี่ยนรูป ล้อมรอบโครงสร้างสืบพันธุ์ของดอก กลีบดอกมักมีสีสันสดใส และรูปทรงสะดุดตาเพื่อดึงดูดพาหะถ่ายเรณู เมื่อกลีบดอกอยู่รวมกันจะเรียกว่า วงสล็อตออนไลน์ กลีบดอก (corolla) กลีบดอกมักอยู่ร่วมกับกลีบเลี้ยง ซึ่งเป็นใบเปลี่ยนรูปอีกชุดที่ทำหน้าที่ปกป้องดอก เมื่อวงกลีบดอกและวงกลีบเลี้ยงอยู่ด้วยกันจะเรียกว่า วงกลีบรวม (perianth) บางครั้งมีการใช้คำกลีบรวม (tepal) เมื่อการแยกกลีบดอกและกลีบเลี้ยงเป็นไปได้ยาก โดยทั่วไปกลีบดอกเป็นส่วนที่เด่นชัดที่สุดของพืชดอก แต่พืชบางชนิด เช่น หญ้ามีกลีบดอกที่ลดรูปเล็กมากหรือไม่มีเลย :11
    พืชแต่ละชนิดมีจำนวนกลีบดอกต่างกัน พืชใบเลี้ยงคู่แท้มีกลีบดอก 4–5 กลีบ ส่วนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีกลีบดอก 3–6 กลีบ วงกลีบดอกมีความสมมาตรได้ทั้งแบบด้านข้างและแบบรัศมี กล่าวคือดอกสมมาตรด้านข้างสามารถแบ่งเป็นสองด้านที่มีลักษณะเหมือนกันได้ครั้งเดียว ขณะที่ดอกสมมาตรแบบรัศมียังคงมีลักษณะเหมือนกันทั้งสองด้าน แม้จะแบ่งหลายครั้ง

jumboslot

พืชสร้างกลีบดอกที่มีสีสัน กลิ่น และน้ำหวานเพื่อดึงดูดพาหะถ่ายเรณู ทั้งยังพัฒนากลไก ขนาด และรูปทรงให้เหมาะสมกับการถ่ายเรณูแต่ละแบบ ดอกที่ใช้การถ่ายเรณูด้วยลมมีกลีบดอกเล็ก มีกลิ่นเล็กน้อยหรือไม่มีกลิ่น

slot แต่มีละอองเรณูจำนวนมากเพื่อเพิ่มโอกาสในการถ่ายเรณู ดอกที่ใช้การถ่ายเรณูด้วยแมลงมีสี–กลิ่นเฉพาะ และกลไกการสร้างรังสีอัลตราไวโอเลตเพื่อนำทางแมลง ดอกที่ใช้การถ่ายเรณูด้วยนกจะมีขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้นกมองเห็นในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และพัฒนาโครงสร้างให้ทนต่อนกจะงอยปากแข็ง ส่วนดอกที่ใช้การถ่ายเรณูด้วยค้างคาวจะมีขนาดใหญ่ มีสีอ่อนถึงสีขาว มีกลิ่นแรง และบานตอนกลางคืน

Recommended Articles