Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

หลายคนอาจคำถามว่าหากจะเริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมวันนี้ “สายเกินไปหรือยัง” คำตอบคือ ไม่สาย เพียงแต่ต้องศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์ สำรวจตัวเองให้ดีๆ เพราะการเลือกกอนทุนรวม หรือเลือก บลจ. ก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่แตกต่างไปจากการลงทุนหุ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนที่ลงทุนกองทุนรวมแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนคอยดูแลเม็ดเงิน แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง คำถามคือ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ประเด็นนี้ คุณกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูลอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยสาเหตุที่ทำให้การลงทุนกองทุนรวมเกิดความผิดพลาดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

jumbo jili

  1. ตามเทรนด์
    “วันนี้ซื้อตัวไหนดี” “บ่ายนี้ขายตัวไหนดี” เป็นคำถามสุดคลาสสิกที่พบเจอได้ทุกวันในห้องค้าหุ้น กองทุนรวมก็เช่นเดียวกัน นั่นคือ ลงทุนตามกระแส หมายถึง กองทุนอะไรก็ตามที่ฮอตฮิตในขณะนั้น นักลงทุนมักจะตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเล
    “พูดง่ายๆ กลัวตกรถไฟ จึงใช้เวลาตัดสินใจลงทุนเพียงเสี้ยววินาที จากการโปรโมทโฆษณาของกองทุน หรือจากการดูผลตอบแทนย้อนหลัง”

สังเกตได้ว่าบางครั้งการออกกองทุนรวมอาจจะมาจากกระแส เช่น ในอดีตมีช่วงหนึ่งที่ บลจ.เกือบทุกค่าย ออกกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ จนมีชื่อเรียกกันเล่นๆ ว่ากิมจิบอนด์
ทุกวันจะมีการโปรโมทความน่าสนใจ ทำให้นักลงทุนต่างมองโลกในแง่ดีจึงไม่สนใจอ่านข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนที่ตัวเองกำลังจะลงทุน

สล็อต

“เพราะส่วนใหญ่ (เกือบทุกคน) จะตัดสินใจด้วยอาศัยการฟังการโปรโมท”
การตัดสินใจด้วยวิธีการนี้ ข้อเสียคือ ไม่รู้รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนที่กำลังจะลงทุน “อย่าลืมว่าเวลาพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าจะบอกแต่ข้อดี เช่นเดียวกันเวลาจะขายกองทุนกองใหม่ ผลการดำเนินงานที่นำเสนอเป็นผลตอบแทนย้อนหลังทั้งสิ้น และแน่นอนต้องเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจ ที่สำคัญ สังเกตได้ว่าเวลานำเสนอมักเป็นช่วงกำลังถึงจุด Peak ของธีมการลงทุน คล้ายๆ กับลงทุนหุ้น หลายๆ ครั้งนักลงทุนมักรับรู้ข้อมูลและตัดสินใจลงทุนตอนที่นักลงทุนอื่นๆ เข้าลงทุนนานแล้ว ผลลัพธ์คือซื้อได้ราคาสูง เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเรียกว่า กับดักของผลตอบแทน หรือการวิ่งไล่ตามผลตอบแทน ที่เรียกว่า Chasing Performance”
“เวลาลงทุน คุณควรลงทุนในเวลาที่คนไม่ต้องการ” คำพูดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ สามารถนำมาใช้ได้กับการลงทุนในกองทุนรวม นั่นคือ ไม่ควรลงทุนในช่วงที่ทุกคนกระโจนเข้ามา เพราะในช่วงที่ทุกคนมองโลกในแง่ดี จะทำให้ลืมมองความเสี่ยงทั้งหมด

สล็อตออนไลน์

“สมมติว่าทุก บลจ. ออกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา คุณอาจจะไม่ดูข้อมูลเลยว่าพวกเขาไปลงทุนหุ้นตัวไหน ประเภทไหน มีการป้องกันความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ แต่ที่ซื้อเพราะเพื่อนๆ ซื้อกันหมด ไม่อยากตกรถไฟ”
การลงทุนแบบนี้ สิ่งที่ตามมาหนีไม่พ้นการมองโลกในแง่ดีว่าจะได้ผลตอบแทนสวยหรูตามที่ถูกโปรโมทเอาไว้ แน่นอนถ้ากองทุนสร้างผลตอบแทนได้ตามที่คาดหวังก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นไปในทางตรงข้ามคงดูไม่จืดและได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี

วิธีแก้ไข
ถ้ารู้ตัวว่ามีความผิดพลาดเพราะ “ตามกระแส” โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดมาก่อน ต้องหาข้อมูลทันที หรือโทรถามเจ้าหน้าที่ บลจ. นั้นๆ เกี่ยวกับกองทุนดังกล่าว จากนั้นถามตัวเองว่าเหมาะกับกองทุนนี้หรือไม่ ถ้ารู้สึกว่ายังใช่อยู่ก็ให้เวลากับกองทุนนี้ด้วยการลงทุนต่อ แต่ถ้าไม่ใช่ต้องขายแล้วไปหากองทุนที่เหมาะกับตัวเอง

  1. ด่วนเกินไป
    ไม่ผิดที่ บลจ. จะนำเสนอกองทุนที่กำลังอยู่ในกระแส ที่สำคัญพวกเขาไม่ได้แนะนำให้เน้นลงทุนสั้นๆ เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีว่าการลงทุนกองทุนรวมให้ประสบความสำเร็จต้อง “ระยะยาว”

jumboslot

“ไม่มี บลจ.ไหน บอกว่าซื้อกองนี้แล้ว อีก 3 เดือนให้ขายทำกำไร”

กองทุนรวมถูกออกแบบมาเพื่อการลงทุนระยะยาว ดังนั้น นักลงทุนจะได้คำแนะนำจาก บลจ. เสมอว่า กองทุนรวมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีใน 3 ปี 5 ปีข้างหน้า ยกตัวอย่าง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว กองทุนที่มีนโยบายไปลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้รับความนิยมสูง ผ่านไป 1 ปี นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าผลตอบแทนแทบไม่ไปไหนเลย ไม่สวยงามเหมือนที่ บลจ. นำเสนอเลย ผ่านไปปีครึ่งก็ยังไม่ใช่ ใครที่รอไม่ไหวก็ตัดสินใจขาย แต่คนที่รอมาจนถึงวันนี้พบว่าผลตอบแทนที่ได้รับน่าประทับใจ
“ถึงแม้ว่าไม่มีใครการันตีได้ว่า ในอีก 3 ปี 5 ปีผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร แต่การลงทุนกองทุนรวมระยะยาวมักจะประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลว ดังนั้น การลงทุนกองทุนรวมอย่างน้อย 3 ปี 5 ปีถือเป็นเรื่องปกติ”
วิธีแก้ไข
อันดับแรกนักลงทุนต้องปรับทัศนคติเกี่ยวกับการลงทุนกองทุนรวมว่า “อย่างน้อยๆ ต้อง 1 ปีขึ้นไป” และเมื่อลงทุนกับกองทุนแล้วอย่าดูข้อมูลบ่อย เพราะการลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การเก็งกำไรที่ต้องดูความเคลื่อนไหวทุกวัน วิธีการ คือ ตรวจสอบกองทุน 6 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีต่อครั้ง และควรให้เวลากับผู้จัดการกองทุนในการลงทุน

slot

“แต่เมื่อผ่านไป 1 ปี ผลตอบแทนกองทุนที่ลงทุนออกมาไม่ค่อยสวยงาม ต้องเข้าไปดูข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น โทรไปถามเจ้าหน้า ถ้ายังมั่นใจว่าใช่ก็ถือต่อ แต่ถ้าไม่ใช่ต้องขายเพื่อเป็นเปลี่ยนกองที่ใช่”

  1. เคมีตรงกัน
    ทุกวันนี้การทำความรู้จักสไตล์การลงทุนของแต่ละ บลจ. ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก ส่วนใหญ่อาศัยคนรอบข้างมาบอกว่าแต่ละ บลจ. เป็นอย่างไร ซึ่งความจริงแล้วก่อนตัดสินใจลงทุนกับ บลจ.ไหน ควรรู้จักปรัชญาการลงทุนของพวกเขาให้ลึกซึ้ง ว่ามีสไตล์การลงทุนเป็นแบบไหน เทคนิคการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละประเภทเป็นอย่างไร
    “ถ้ารู้เรื่องเหล่านี้ จะทำให้ลงทุนกับ บลจ.นั้นๆ ได้อย่างสบายใจ”
    หากนักลงทุนรู้ว่ากำลังลงทุนกับอะไร (กับใคร) ผลที่ตามมาจะทำให้เกิดความคาดหวังในระดับเหมาะสม “รู้ว่า บลจ. จะทำอะไรและไม่ทำอะไร นักลงทุนรับรู้ความเสี่ยงที่พวกเขาทำและไม่ทำ ทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงทั้งตัวเราและ บลจ. ได้แม่นยำ อารมณ์เหมือนเคมีต้องตรงกัน”
    ยกตัวอย่าง หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูงก็ต้องหา บลจ. ที่มีสไตล์การลงทุนเชิงรุก (Aggressive) แต่ถ้าเลือกลงทุน บลจ. ที่มีสไตล์เชิงรับ (Conservative) จะรู้สึกว่าอะไรๆ ก็ช้ามากและมีคำถามตามมาเป็นชุดๆ เช่น บลจ.อื่นสร้างผลตอบแทน 5% ทั้งๆ ที่มีนโยบายการลงทุนไม่ต่างกัน แต่ทำไม บลจ. นี้กลับทำผลตอบแทนได้เพียง 1% หรืออย่างมากก็ทำได้เท่ากับตลาด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

Recommended Articles