Phone

+123-456-7890

Email

mail@domain.com

Opening Hours

Mon - Fri: 7AM - 7PM

ปัญหาเงินเฟ้อในบ้านเรารอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คาดคิดมาก แม้ว่าตัวเลขที่ออกมาจะยังดีกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ แต่เชื่อครับว่าหลังจากนี้ปัญหาจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากยังไม่มีการร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังจากทุกคน โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในบ้านเมืองที่วนเวียนนึกถึงเรื่องของตัวเองมากกว่าประเทศชาติแบบนี้ พึ่งใครไม่ได้ก็ต้องหันมาพึ่งตัวเองกันแล้วครับ!

jumbo jili

ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมที่ 7.6% น่ากลัวกว่าที่เห็น เพราะเมื่อดูรายละเอียดข้างในจะน่าเป็นห่วงมาก ปกติการคำนวณเงินเฟ้อ จะนำราคาสินค้าหลายประเภทมาคำนวณ ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่มรองเท้า เคหสถาน การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล พาหนะขนส่งสื่อสาร บันเทิงสันทนาการ ยาสูบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สมมุติว่าถ้าเงินเฟ้อสูงมากๆ แต่เกิดจากราคาสินค้าและบริการกลุ่มบันเทิง หรือเคหสถานก็อาจไม่น่าห่วงมากนักเพราะบ้านก็ไม่ได้ซื้อกันบ่อยๆ บันเทิงก็งดเว้นได้ แต่รอบนี้น่ากลัวเพราะเป็นเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจากการเพิ่มของราคากลุ่มอาหารเครื่องดื่ม 11.8% โดยเฉพาะข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้งที่เป็นอาหารประจำชาติ ต้องกินกันทุกมื้อพุ่งถึง 34.6% และพลังงาน 21.4% ดังนั้นเรียกว่าเงินเฟ้อจริงๆ สำหรับคนไทยที่ต้องจ่ายเพิ่มในชีวิตประจำวัน มันมากกว่าตัวเลขที่ 7.6% อย่างแน่แท้

สล็อต

ความน่ากลัวของเงินเฟ้อก็คือการทำให้ค่าของเงินลดลง การจับจ่ายใช้สอยต้องใช้เงินมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าหรือบริการอย่างเดิม วิธีการบรรเทาปัญหาที่ทำกันได้เองก็คือ การหาวิธีเพิ่มค่าของเงินให้มากกว่าหรือเท่าเทียมกับเงินเฟ้อที่เสียไปด้วยวิธีการลงทุนต่างๆ นั่นเอง การจะลงทุนเองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะเช่นนี้ ลองมาดูกันครับว่าถ้าเลือกกองทุนรวมเป็นวิธีต่อสู้เงินเฟ้อ จะได้ผลแค่ไหน

การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่สามารถต่อกรกับเงินเฟ้อได้ แน่นอนว่าต้องเป็นกองทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนอย่างน้อยๆ ในรอบปี 1 ที่ผ่านมาถึง (เดือนพฤษภาคม 2551) ต้องมากกว่า 7.6% ( หรือต้องมากกว่าหากดูเงินเฟ้อที่ต้องจับจ่ายใช้สอยแต่ละวัน) ซึ่งก็คือกองทุนหุ้น

สล็อตออนไลน์

จากข้อมูลของสถาบัน Lipper ผลตอบแทนของกองทุนหุ้นในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนหุ้นทั่วไป (ไม่รวม LTF RMF) ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดย้อนหลัง 1 ปี ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม คือ 29.45% กองทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำสุด คือ -1.07% ถ้าคิดผลตอบแทนเฉลี่ยจาก 101 กองทุน จะอยู่ที่ 20.0% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐาน SET Index อยู่ที่ 10.57%

จะเห็นว่าผลตอบแทนกองทุนหุ้นในรอบปีที่ผ่านมามีความแตกต่างมากถึง 30.52% สำหรับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนมากและน้อยที่สุด แต่ก็มีมากถึง 94 กองทุน ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ที่ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากหากต้องการลงทุนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นมีความไม่แน่นอนเสมอ หลายคนอาจเลือกที่จะไม่ยอมลงทุนในหุ้น เพราะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินลงทุนมากกว่า

jumboslot

ลองมาดูว่ากองทุนตราสารหนี้ทั่วไป จำนวน 103 กองทุน ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (มิ.ย. 50 – พ.ค. 51) เป็นอย่างไร จากข้อมูลของสถาบัน Lipper กองทุนตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเท่ากับ 3.90% ต่อปี กองทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดเท่ากับ -18.77% ต่อปี แต่เป็นเพียงกองทุนเดียวที่ติดลบมากขนาดนี้ เพราะกองทุนที่มีผลตอบแทนต่ำสุดรองลงมาอยู่ที่ -1.97% ต่อปี ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนตราสารหนี้ในรอบ 1 ปี เท่ากับ 2.44% ต่อปี และถ้าดูเกณฑ์มาตรฐานจะอยู่ที่ 0.08% ต่อปี และผลตอบแทนเฉลี่ยหลังหักภาษีของเงินฝากประจำ 1 ปี เท่ากับ 1.97% ต่อปี โดยมี 88 กองทุนที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากประจำ 1 ปีหลังหักภาษี

จะเห็นว่ากองทุนตราสารหนี้เองก็ยังมีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงของเงินลงทุนหากมีปัญหาการผิดนัดชำระของตราสารหนี้จะสร้างความเสียหายกับเงินลงทุนได้มาก ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับกองทุนตราสารหนี้ก็คือความปลอดภัยของเงินลงทุน

slot

ในมุมของผลตอบแทนแน่นอนว่ากองทุนตราสารหนี้ไม่ได้ให้ผลตอบแทนมากนักเมื่อเทียบกับกองทุนหุ้น การคาดหวังจะเอาชนะเงินเฟ้อด้วยกองทุนตราสารหนี้อย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ สิ่งที่ผู้ลงทุนต้องทำให้ได้หากต้องการรักษามูลค่าของเงินในมือให้สู้รบกับเงินเฟ้อได้ก็คือ การค่อยๆ ทำใจยอมรับความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ โดยการจัดสรรเงินลงทุนออกมาเป็นส่วนๆ ให้ได้ ยอมรับความเสี่ยงได้มาก ก็จัดพอร์ตให้มีหุ้นมากหน่อย ถ้าอายุมากแล้วใกล้หมดช่วงเวลาทำงานหรือทำใจไม่ได้กับความหวือหวาของตลาดหุ้น ก็มีสัดส่วนของหุ้นให้น้อยลงและเน้นตราสารหนี้คุณภาพให้มากขึ้น ก็จะช่วยให้ผลตอบแทนของเงินลงทุนมากกว่าการแช่เงินอยู่เฉยๆ ในธนาคาร การลงทุนต้องมีความรู้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลประโยนช์ของนักลงทุนเอง

Recommended Articles